Categories
News

บริการด้านอาหาร: อาหารบำรุงไต เลือกกินยังไงให้สุขภาพไตดี

บริการด้านอาหาร: อาหารบำรุงไต เลือกกินยังไงให้สุขภาพไตดี ไตเป็นอวัยวะสำคัญ หากไม่อยากให้ไตป่วยก็ต้องดูแลให้ดี เริ่มจากเลือกกินอาหารที่ช่วยบำรุงไตก่อนเลย

เราอาจจะรู้กันดีว่าถ้ากินอาหารรสเค็มมาก ๆ จะเสี่ยงเป็นโรคไต ทว่าอาหารที่กินแล้วช่วยบำรุงไตละมีอะไรบ้างเชื่อว่าหลายคนยังไม่เคยรู้มาก่อน ดังนั้นเพื่อสุขภาพไตและตัวเราเอง วันนี้ขอนำเสนออาหารบำรุงไต กินแล้วช่วยsaveไต ของเราให้อยู่ไปนาน ๆ

อาหารที่จะช่วยพาเราห่างไกลจากโรคไต ควรคำนึงไว้ 3 หลัก ได้แก่ ต้องเป็นอาหารที่โซเดียมต่ำ โพแทสเซียมต่ำ และฟอสฟอรัสต่ำ เพราะหากรับประทานสารอาหารเหล่านี้มากเกินไปอาจไปตกค้างที่ไต เพิ่มภาระให้ไตทำงานหนักหรืออาจเร่งภาวะเสื่อมได้ ดังนั้นจึงควรรับประทานอาหารที่ saveไต และมีส่วนช่วยบำรุงไตด้วยดังนี้

1. น้ำเปล่า
เราควรดื่มน้ำให้ได้วันละ 6-8 แก้ว เพราะน้ำเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยสนับสนุนระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายให้ทำงานได้อย่างราบรื่น เป็นตัวช่วยกรองสารพิษจากเลือดและขับสารพิษออกทางปัสสาวะ ทว่าหากมีอาการโรคไตอยู่แล้ว และมีอาการบวมน้ำ ควรบริโภคน้ำตามความเหมาะสม เช่น 3-4 แก้วต่อวัน เพราะความสามารถในการขับปัสสาวะของผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจะลดลง ซึ่งปริมาณน้ำที่ควรดื่มต่อวันก็ควรปรึกษาแพทย์เจ้าของไข้นะคะ
 

2. ปลาทะเล
ปลาทะเล เช่น ปลาทูน่า ปลาแซลมอน ปลาซาร์ดีน ปลาเทราต์ เป็นแหล่งโปรตีนคุณภาพสูง ทั้งยังอุดมไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 ที่มีส่วนช่วยลดการอักเสบ และสาร DHA ในกรดไขมันโอเมก้า 3 ยังมีคุณสมบัติช่วยลดคอเรสเตอรอล ลดไขมันเลว (LDL) ที่สะสมในหลอดเลือด สอดคล้องกับข้อมูลของมูลนิธิโรคไตแห่งสหรัฐอเมริกา ที่ระบุว่า กรดไขมันโอเมก้า 3 มีส่วนช่วยลดระดับไขมันในเลือด และยังช่วยลดความดันโลหิตได้ ซึ่งการมีความดันโลหิตสูงก็เป็นปัจจัยเสี่ยงก่อให้เกิดโรคไต ดังนั้นควรรักษาระดับความดันโลหิตให้อยู่ในระดับดีเพื่อช่วยปกป้องสุขภาพไตอีกทาง นอกจากนี้ปลาทะเลยังเป็นเนื้อสัตว์ที่มีฟอสฟอรัสต่ำกว่าปลาชนิดอื่น ๆ จึงไม่เพิ่มภาระให้ไตด้วยนะคะ

3. อกไก่ไร้หนัง
การรับประทานโปรตีนคุณภาพดีจะช่วยให้ร่างกายนำโปรตีนไปใช้ได้อย่างเต็มที่ ทำให้มีของเสียตกค้างในไตน้อย เป็นการช่วยลดภาระการทำงานให้ไต และถ้าพูดถึงโปรตีนคุณภาพดีต้องมีอกไก่ไร้หนังอยู่ในลิสต์นั้นด้วย โดยเนื้ออกไก่ล้วนอุดมไปด้วยโปรตีนลีน ๆ มีฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียมต่ำกว่าเนื้อไก่ติดหนัง และเป็นเนื้อสัตว์ไขมันต่ำด้วยนะ
 

4. ไข่ขาว
นอกจากอกไก่ที่มีโปรตีนคุณภาพดีแล้ว ไข่ขาวก็เป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีนอัลบูมิน ที่เป็นโปรตีนคุณภาพสูงเช่นกัน ร่างกายสามารถดูดซึมได้มากเกือบ 100% และยังย่อยง่าย ที่สำคัญในไข่ขาวมีฟอสฟอรัสน้อยกว่าไข่แดงมาก แถมยังเปี่ยมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุอื่น ๆ อีกมากมาย

5. ไขมันดี
ไขมันที่ดีต่อสุขภาพไต คือ ไขมันไม่อิ่มตัวเชิงเดี่ยว (MUFA) ซึ่งหาได้จากน้ำมันรำข้าว น้ำมันมะกอก น้ำมันคาโนลา เป็นต้น เพราะไขมันชนิดดีเหล่านี้มีกรดไขมันโอเลอิก (Oleic) ที่มีสรรพคุณต้านการอักเสบต่าง ๆ และยังเป็นไขมันที่ปราศจากฟอสฟอรัส ผู้ป่วยโรคไตที่มีปริมาณฟอสฟอรัสในเลือดสูงก็รับประทานได้ในปริมาณที่เหมาะสม
 

6. ลูกเดือย
ลูกเดือยเป็นธัญพืชที่มีสรรพคุณบำรุงไต บำรุงตับ และจัดเป็นยาอายุวัฒนะตามศาสตร์แพทย์แผนจีน โดยลูกเดือยมีฤทธิ์เป็นยาเย็น ช่วยขับปัสสาวะ ช่วยกำจัดสิ่งตกค้าง ลดอาการบวมน้ำ และมีสารสำคัญชื่อว่า สารคอกซีโนไลด์ (Coxenolide) ซึ่งมีสรรพคุณในการยับยั้งการเกิดเนื้องอก และอาจลดความเสี่ยงโรคมะเร็งได้­­
 

7. เห็ดชิตาเกะ
เห็ดมีโปรตีนสูง แต่เห็ดที่มีปริมาณโพแทสเซียมต่ำ #saveไต เราแนะนำเป็นเห็ดหอม หรือเห็ดชิตาเกะ เพราะนอกจากโปรตีนที่ได้จากเห็ดชนิดนี้แล้ว ยังจะได้ไฟเบอร์วิตามินบี แมงกานีส คอปเปอร์ เซเลเนียม และเบต้ากลูแคน ที่เป็นสารช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ต้านอนุมูลอิสระและช่วยชะลอความเสื่อมของเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย รวมทั้งไต ทั้งยังมีสรรพคุณป้องกันโรคมะเร็งได้

ผัก ผลไม้บำรุงไต มีอะไรบ้าง
ผัก ผลไม้บางชนิดก็มีโพแทสเซียมสูง ฟอสฟอรัสสูง หรือมีกรดยูริกที่หากรับประทานมาก ๆ อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไตได้ ดังนั้นหากคิดว่าตัวเองมีความเสี่ยงโรคไตค่อนข้างสูงอยู่แล้ว ก็ควรเลือกกินผลไม้ที่ปลอดภัยต่อไต ดังนี้

1. กะหล่ำปลี
กะหล่ำปลีจัดเป็นผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ ไม่เพิ่มภาระให้ไต ทั้งยังมีกรดฟอลิก วิตามินซี ไฟเบอร์ พร้อมสรรพคุณช่วยขับสารพิษและกรดยูริกออกจากร่างกาย

2. บวบ
บวบเป็นผักที่มีไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำอยู่ในปริมาณมาก มีคุณสมบัติช่วยดักจับและเจือจางสารพิษตกค้างในร่างกาย ทั้งยังช่วยเพิ่มปริมาณและน้ำหนักอุจจาระ จึงกระตุ้นให้ร่างกายขับถ่ายของเสียได้เร็วขึ้น แก้ปัญหาท้องผูกได้อีกทาง

3. แตงกวา
ผักฉ่ำน้ำอย่างแตงกวาเป็นผักที่อุดมไปด้วยวิตามินที่หลากหลาย และยังเป็นผักที่มีไฟเบอร์ชนิดไม่ละลายน้ำอยู่ในตัว ดังนั้นจึงมีคุณสมบัติดักจับและกำจัดของเสียตกค้างในร่างกายเช่นกัน

4. กระเทียม
กระเทียมเป็นแหล่งที่ดีของแมงกานีส ซัลเฟอร์ วิตามินซี วิตามินบี 6 และยังจัดเป็นเครื่องเทศเพิ่มรสชาติอาหาร ช่วยให้อาหารอร่อย มีรสชาติเข้มข้นขึ้น ดังนั้นจึงช่วยลดการใส่เครื่องปรุงอาหารไปได้ในระดับหนึ่ง นอกจากนี้กระเทียมยังมีสารอัลลิซิน สารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และเชื้อรา มีสรรพคุณลดความเสี่ยงโรคไต โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิต รวมทั้งช่วยลดการอักเสบต่าง ๆ
 

5. หอมหัวใหญ่
หอมหัวใหญ่ก็เป็นผักที่ช่วยเพิ่มความอร่อยให้อาหารได้เหมือนกัน และในหอมหัวใหญ่ยังอุดมไปด้วยวิตามินซี วิตามินบี แมงกานีส พรีไบโอติกส์ ไฟเบอร์ ที่ช่วยเสริมการทำงานของระบบย่อยอาหาร นอกจากนี้ในหอมใหญ่ยังมีสารที่ชื่อว่า โพรสตาแกลนดิน ที่มีคุณสมบัติช่วยลดความหนืดของเลือด และช่วยลดความดันโลหิต ซึ่งเท่ากับช่วยลดปัจจัยเสี่ยงโรคไตได้อีกทาง

6. พริกหวาน
พริกหวานเป็นผักที่มีโพแทสเซียมต่ำ อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และวิตามินซี อีกทั้งยังมีวิตามินเอสูง ซึ่งล้วนเป็นสารอาหารที่ช่วยบำรุงการทำงานของไต และให้ประโยชน์ต่อสุขภาพ

7. สับปะรด
สับปะรดเป็นผลไม้ที่มีโพแทสเซียมต่ำ ผู้ป่วยโรคไตสามารถรับประทานได้ และคนที่ยังไม่ป่วยโรคไต สับปะรดก็จะช่วยลดการอักเสบต่าง ๆ ได้ เพราะมีเอนไซม์บรอมีเลนที่มีฤทธิ์ขับปัสสาวะ แก้ขัดเบา ลดการเกิดโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ช่วยป้องกันการเกิดนิ่ว อีกทั้งยังมีไฟเบอร์สูง มีวิตามินซีสูง และมีแมงกานีสด้วย
 

8. บลูเบอร์รี
บลูเบอร์รีเป็นผลไม้ที่อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระชนิดแอนโทไซยานิน และยังเปี่ยมไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุที่ดีต่อสุขภาพหลากหลายชนิด มีคุณสมบัติช่วยป้องกันเซลล์ ช่วยลดการทำลายเซลล์ต่าง ๆ ในร่างกาย และบลูเบอร์รียังเป็นผลไม้ที่ให้ความรู้สึกสดชื่น กินแทนน้ำหวาน ของหวานอื่น ๆ ที่อาจเพิ่มปัจจัยเสี่ยงโรคไตได้

9. แครนเบอร์รี
แครนเบอร์รีมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าไลโคปีน และยังมีไฟโตนิวเทรียนต์ ผลไม้อย่างแครนเบอร์รีจึงช่วยป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินปัสสาวะ ช่วยเพิ่มความเป็นกรดของปัสสาวะ และลดความเสี่ยงในการเป็นกระเพาะปัสสาวะอักเสบ

10. องุ่นแดง
องุ่นแดงอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระชนิดฟลาโวนอยด์ มีวิตามินซีสูง จึงช่วยต้านการอักเสบ นอกจากนี้ในองุ่นแดงยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ชื่อว่าเรสเวอราทรอล (Resveratrol) ที่ดีต่อสุขภาพหัวใจ ป้องกันโรคเบาหวาน และลดความเสี่ยงความจำเสื่อม

11. แอปเปิล
แอปเปิลเป็นผลไม้ที่มีเพกติน เส้นใยอาหารที่มีสรรพคุณเพิ่มประสิทธิภาพในการขับถ่าย และยังช่วยจับคอเลสเตอรอลไม่ให้ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกาย ป้องกันโรคคอเลสเตอรอลในเลือดสูง โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงของโรคไต
 

12. เก๋ากี้ หรือโกจิเบอร์รี
นอกจากรับประทานอาหารบำรุงไตในปริมาณที่เหมาะสมแล้ว ควรดูแลสุขภาพไตในด้านอื่น ๆ ด้วย เช่น หลีกเลี่ยงการกินยาแก้ปวด ยาแก้อักเสบติดต่อกันนาน ๆ เพราะอาจทำให้การทำงานของไตเสื่อมถอยลงได้ งดสูบบุหรี่ หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มน้ำตาลสูง และหมั่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ